หลังจากที่พ่อกับแม่มีแท็บเล็ตและบัญชีเฟสบุ๊คเป็นของตัวเอง ผมพบว่าพวกท่านเริ่มที่จะเข้าถึงข่าวลือหรือฟอร์เวิร์ดเมลลวงโลกกันเยอะขึ้น อาจจะมาจากบรรดาเพื่อนๆ ในกลุ่มส่งต่อๆ กันมาโดยไม่มีการกลั่นกรอง สร้างความเชื่อที่ผิดอยู่บ่อยๆ วันนี้เลยจะมาแชร์วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันข่าวลือให้กับบุพการี เพื่อที่พ่อแม่เราจะได้อยู่ห่างไกลจากเรื่องราวมั่วๆ จนเราต้องคอยปวดหัวมาอธิบายความจริงให้ฟังทีหลังครับ
-
- บังคับฟอลโล่วเพจที่มีการตีแผ่ข่าวลวงอยู่บ่อยๆ – Facebook น่าจะเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่แรกที่หลายคนสมัครให้พ่อกับแม่ และก็เป็นแหล่งที่มาของเรื่องราวมั่วซั่วจากทั่วทุกมุมโลก การที่เราแอบเอาแอคเค้าท์ของผู้ปกครองไปกด Like หรือ Follow เหล่าเซเล็บที่ชอบเอาเรื่องลวงมาตีแผ่ให้แฟนๆ ได้ตาสว่าง เสมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี โดยเพจและบุคคลที่น่าติดตามก็ได้แก่
-
- เฟซบุ๊คอาจารย์เจษฎา – อาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตีแผ่เรื่องจริงสารพัด ที่เด่นๆ คือ GT200, รอยพญานาค และทุกวันนี้แกก็ยังคงให้ความรู้วิทยาศาสตร์ที่มาหักล้างข่าวลวงมากมาย
-
- เพจ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว – หมอแมวก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบตีแผ่บรรดาฟอร์เวิร์ดเมลมากมาย โดยเฉพาะพวกบทความขี้โม้หมวดสุขภาพต่างๆ โดนคุณหมอฟันเรียบไม่เหลือซากด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้จริง
-
- เพจ The Dark Knights II – เพจดังที่มักจะมาพร้อมข่าวทันเหตุการณ์ที่อัพเดตได้รวดเร็ว และบางทีมักจะมีแหล่งข้อมูลเด็ดๆ มาให้ข่าววงในและฝากให้แอดมินเพจแชร์อยู่บ่อยๆ ทำให้เรื่องราวในเพจนี้น่าสนใจและเข้มข้นตรงประเด็น
-
- เพจ วิทย์ เ-ี้ย เ-ี้ย – เสพย์ข้อมูลวิทยาศาสตร์กันแบบฮาร์ดคอร์ มีให้ดูทั้งเรื่องน่ารู้และการตีแผ่ข้อความลวงโลก แม้บางทีจะดูทะลึ่งตึงตังไปนิดดก็ตาม
-
- เพจ Drama Addict – เพจดังโคตรแห่งโลกโซเชียลที่อาจจะเป็นที่หมั่นไส้ของใครหลายๆ คน จ่ามักจะลากไส้เอาแก๊ง 18 มงกุฎมาแฉด้วยหลักฐานที่มีน้ำหนักอยู่บ่อยๆ แม้ว่าเนื้อหาบางช่วงดูแล้วจะไม่ค่อยมีสาระ แต่ก็อยากจะแนะนำให้กดไลค์ไว้ เพราะเวลาที่จ่าให้ความสนใจกับเรื่องไหนแล้ว จะกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะจบ ตัวอย่างเช่นคดีวงโยฯเป็นต้น
-
- บังคับฟอลโล่วเพจที่มีการตีแผ่ข่าวลวงอยู่บ่อยๆ – Facebook น่าจะเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่แรกที่หลายคนสมัครให้พ่อกับแม่ และก็เป็นแหล่งที่มาของเรื่องราวมั่วซั่วจากทั่วทุกมุมโลก การที่เราแอบเอาแอคเค้าท์ของผู้ปกครองไปกด Like หรือ Follow เหล่าเซเล็บที่ชอบเอาเรื่องลวงมาตีแผ่ให้แฟนๆ ได้ตาสว่าง เสมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี โดยเพจและบุคคลที่น่าติดตามก็ได้แก่
ตัวอย่างด้านบนคือบรรดาเพจที่มักจะเอาเรื่องราวข่าวมั่วมาแฉอยู่เนืองๆ ถ้าสนใจเพจไหนก็แนะนำให้ไปกดไลค์กดฟอลโล่วกันไว้ได้ ทว่าการรับสารจากบรรดาเพจเหล่านี้ ควรที่จะใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลเพิ่มอีกสักนิดนึง เพราะบางทีพวกเขาเองก็พลาดแชร์ข้อมูลมาโดยที่ยังไม่กลั่นกรองมาบ้างเหมือนกัน

- สอนให้ใช้งาน Google ควบกับ Pantip – เสิร์ชเอ็นจิ้นระดับโลก มาเจอกับเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดแห่งประเทศไทย มันก็จะเท่ากับแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมในการเปิดเผยความจริงของเรื่องราวลวงโลก
ข้อดีของเว็บบอร์ด คือการที่เราสามารถรวมหัวแชร์ข้อมูลกัน (แม้บางครั้งจะเกิดดราม่า) ทำให้เรารับทราบถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อกระทู้นั้นๆ ได้ไม่ยาก ซึ่งถ้าหากพ่อกับแม่เราสงสัยว่าบทความนั้นๆ จะเป็นความจริงหรือไม่ ก็แนะนำให้ท่านนำชื่อหัวข้อไปวางใน Google จากนั้นตามด้วยคีย์เวิร์ดคำว่า Pantip แค่นี้ก็จะมีกระทู้ที่คุยเรืื่องเดียวกันโผล่มาตรึม ถ้าเป็นเรื่องหลอกลวงเหล่าบรรดาอมยิ้มก็จะรุมเสียบข่าวนั้นๆ ให้เราได้เห็นเองว่านั่นคือเรื่องหลอกลวง ยิ่งถ้าได้อมยิ้มจากห้องหว้ากอช่วยกันกรองแล้วล่ะก็ น้ำหนักความน่าเชื่อถือก็จะเพิ่มขึ้นอีกเยอะทีเดียว

ในบางครั้งพวกข่าวลือมักจะมาพร้อมกับรูปประกอบเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความสมจริง ผมจึงอยากแนะนำให้รู้จักกับ Google Image Search ที่จะช่วยเราค้นหาหน้าเว็บบนโลกที่มีรูปซึ่งคล้ายคลึงกับที่เรามี เพื่อเสาะหาว่าแท้จริงแล้วรูปนั้นๆ มันเกี่ยวโยงกับเนื้อหาในบทความจริงๆ หรือไม่ หรือว่าเป็นการแปะรูปมั่วสร้างความเท็จของคนทำข่าวลวงกันแน่ วิธีการใช้งานก็ไม่ยากครับ แค่ทำตามขั้นตอนด้านล่างเลย

อันดับแรกให้เข้าไปที่ Google.com (หรือจะ .co.th ก็ได้นะ) แล้วเลือกที่ Image ด้านมุมบนขวาเลยครับผม

เลือกที่ไอค่อนกล้องถ่ายรูปตรงนี้เลยครับ

จะมีเมนูขึ้นมาแบบนี้ ถ้าเราโหลดรูปที่ต้องการจะค้นหา เอาไว้ในเครื่องแล้วก็เลือกที่ Upload an image แล้วก็ดึงรูปนั้นมาแปะได้เลยครับผม จากนั้นรอสักพัก ผลลัพธ์จากการค้นหาก็จะขึ้นมาตามรูปด้านล่าง

ผลลัพธ์ที่ขึ้นมาก็จะเป็นหน้าเว็บทั้งหมดที่นำรูปคล้ายๆ กับของเราไปใช้ เราก็สามารถไล่อ่านเนื้อหาในข่าวได้เลยว่าเกี่ยวข้องกันกับบทความที่เรากำลังอ่านอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวก็แสดงว่าบทความนั้นๆ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นบทความหลอกลวงนั่นเองครับผม
ทั้งหมดนี้ก็คือสองวิธีเบื้องต้น ในกระบวนการกลั่นกรองข่าวที่เราสามารถสอนให้พ่อกับแม่ของเรากระทำได้เอง อย่างไรก็ตามตัวเราเองก็ควรที่จะต้องหูตาไวทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เผื่อว่าเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ยิงคำถามเกี่ยวกับข่าวอะไร จะได้มีข้อมูลให้ท่านได้ทันที เพราะบางทีคำพูดจากปากลูก น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ก็เป็นได้ครับ 😉



