รีวิวห้อง Ocean View Jacuzzi Deluxe ที่ Silavadee Pool Spa Resort เกาะสมุย

ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าไปสิงอยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก Luxury Hotel & Travel Fanclub มาเป็นเวลาหลายเดือน โดยหนึ่งในโรงแรมที่มักจะถูกพูดถึงบ่อยๆ ก็คือ Silavadee Pool Spa Resort แห่งเกาะสมุย ด้วยคุณภาพงานบริการระดับต้นๆ ของวงการ รวมถึงรูปแบบห้องที่เห็นวิวทะเลทุกห้อง ที่สำคัญคืออาหารเช้าบุฟเฟ่ต์ในแบบที่ไม่เหมือนโรงแรมทั่วไป ทำให้ต้องใช้เราเที่ยวด้วยกันทำการจองและมาทดลองใช้บริการในที่สุด

ในตอนแรกนั้น ด้วยความที่ได้จองตั๋วบุฟเฟ่ต์ของทาง AirAsia เอาไว้ เลยได้ทำการจองเที่ยวบินมาลงที่สุราษฎร์ธานี แต่จากที่ได้ลองสืบค้นขั้นตอนการเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ฯ มาที่ท่าเรือ ค่อนข้างจะเสียเวลาไปเยอะ ประกอบกับไหนๆ ตั๋วเครื่องบินก็สามารถเบิกกับโครงการได้อยู่แล้ว สุดท้ายหวยเลยไปออกที่ Bangkok Airways บินตรงลงเกาะแทน ซึ่งนั่นก็ประหยัดเวลาทั้งขาไปและกลับได้มากอยู่ทีเดียว

มาถึงสนามบินก็รับรถแล้วออกไปเที่ยวรอบๆ เกาะตามสถานที่ยอดฮิตก่อน รอบนี้รุ่นพี่ที่รู้จักกันแนะนำ Runway รถเช่า มา ซึ่งรถที่ได้มาใช้งานก็เป็น Mazda 2 ตัวเบนซิน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานภายในเกาะ เพราะไม่ได้มีจังหวะขับขึ้นเขาที่ยากอะไรเรียกว่าง่ายกว่าที่ภูเก็ตด้วยซ้ำ

เข้ารีสอร์ท

ที่ตั้งของรีสอร์ทอยู่ไกลจากสนามบินประมาณ 13 กม. ถ้าเช่ารถก็สามารถเดินทางตาม Google Maps มาได้เลย โดยในซอยนี้จะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทแบรนด์ดังอย่าง Renaissance อีกด้วย

บรรยากาศล็อบบี้

ระหว่างเช็คอินฟรอนต์จะแนะนำให้เราโหลดแอปพลิเคชั่นที่ชื่อเหมือนตัวรีสอร์ท สามารถเสิร์ชหาได้เลยทั้งจาก Google Play Store และ App Store แอปพลิเคชั่นนี้จะรวบรวมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการเข้าพักในรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเจ้าหน้าที่ในเรื่องต่างๆ ดูข้อมูลห้องพัก รวมไปถึงสั่ง Room Service

สำหรับห้องที่จองมาจะเป็นไทป์ Ocean View Jacuzzi Deluxe เป็นห้องซีวิวที่มีอ่างจากุซซี่อยู่ตรงระเบียง โดยจะอยู่บนอาคารที่ติดกับล็อบบี้ และด้วยข้อจำกัดในเรื่องโครงสร้าง ทำให้อาคารนี้ไม่มีลิฟต์โดยสาร ซึ่งคนที่จองห้องพักไทป์นี้จะต้องเดินขึ้นอาคารทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน ฉะนั้นแล้วอาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุเท่าไร เพราะแม้ว่าขั้นบันไดเดินขึ้นจะไม่สูงมาก แต่ก็ต้องใช้ความพยายามระดับนึงกว่าจะเดินถึงชั้น 3 อยู่เหมือนกัน ยิ่งตัวห้องอยู่ลึกๆ ด้วยแล้วเรียกว่าต้องเดินกันเหนื่อยอยู่เหมือนกัน

ภายในตัวห้อง

เปิดประตูเข้าห้องมาจะเจอกับห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมือ และตู้เสื้อผ้าทางขวา ในห้องน้ำจะพบกับอ่างอาบน้ำ, อ่างล้างหน้า 1 คู่, โถสุขภัณฑ์, และ ห้องอาบน้ำ แยกสัดส่วนเปียกกับแห้งออกจากกันไว้ชัดเจน โดยบริเวณอ่างอาบน้ำจะมีประตูบานเฟี้ยมสำหรับเปิดทะลุไปยังโซนเตียงนอนได้

อ่างอาบน้ำ ติดกับบานเฟี้ยมที่สามารถเปิดทะลุไปห้องนอนได้
มุมที่มองย้อนกลับมาผ่านบานเฟี้ยม
ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ด้านตรงกันข้ามกับห้องน้ำ มีไม้แขนเสื้อมาให้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

บริเวณเตียงนอนก็จะประกอบไปด้วยโต๊ะข้างเตียงหนึ่งคู่ตามมาตรฐาน มีหมอนมาให้คนละสองใบความนุ่มโดยรวมทั้งหมด เมื่อเอนตัวลงที่ท็อปเปอร์ และห่มผ้านวมรวมกันแล้วดูดวิญญาณไม่แพ้เชนโรงแรมใหญ่ๆ ส่วนปลายเตียงก็มีเก้าอี้หนึ่งตัว… ที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าปกติเราจะเอาไว้ทำอะไร

เลยจากห้องน้ำและตู้เสื้อผ้ามาก็จะเจอกับวิวนี้

หน้าเตียงจะเป็นโต๊ะวางทีวีที่ดูแล้วเรียบง่ายเน้นการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งส่วนตัวผมชอบแบบนี้เพราะมันเสียบอุปกรณ์ที่เรานำมาใช้เองง่ายดี ไม่ต้องเอื้อมส่องด้านหลังให้ยากเย็น ใกล้ๆ กันนั้นก็จะมีโต๊ะแต่งหน้า พร้อมกับ Welcome Fruit วางไว้ให้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ทาน เพราะเป็นผลไม้เปลือกแข็งที่ต้องมีมีดสำหรับการปอกจริงจัง

ระเบียงด้านนอก

ระเบียงด้านนอกจะเป็นที่อยู่ของอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปแช่พร้อมกันสองคนได้สบายๆ โดยตัวอ่างยังมีการทำพื้นเล่นระดับเพื่อให้สามารถนั่งแช่ภายในน้ำได้ อีกด้านหนึ่งของระเบียงจะเป็นเตียงเดย์เบดพร้อมโต๊ะวางของ ไว้สำหรับนอนพักผ่อนอ่านหนังสือรับลมทะเล เลยไปอีกด้านก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสุดท้ายของห้องพักแต่สำคัญไม่แพ้ชิ้นอื่นนั่นก็คือราวตากผ้านั่นเอง

ทั้งหมดก็คือบรรยากาศแล้วภาพภายในห้องพักแบบ Ocean View Jacuzzi Deluxe ต้องบอกว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างจะถูกใจผมมากๆ เพราะสามารถตอบสนองได้ทุกการพฤติกรรมการใช้งานที่ผมมักจะทำเวลาไปเที่ยวโรงแรม ด้วยตัวห้องโปร่งสบายไม่วางเฟอร์นิเจอร์ให้อึดอัดเกินไป อ่างอาบน้ำภายนอกที่สามารถเปิดน้ำอุ่นได้ จึงทำให้สามารถแช่ได้ทุกสภาพอากาศไม่ต้องกลัวหนาว

อาหารเช้า

ไฮไลท์ของโรงแรมนี้นอกจากตัวห้องแล้ว ก็ยังมีอาหารเช้าที่เป็นเป็นแบบบุฟเฟ่ต์แบบตามสั่ง ซึ่งก็มีหลายเมนูให้เลือกมากมาย ความตลกคือผมกับภรรยาลืมเรื่องนี้ไป จนเข้าใจว่าอาหารเช้ามีให้เฉพาะโซนที่เดินไปตักเอง ก็ไปจ้วงข้าวขาหมูกันมาคนละจานซะอย่างนั้น จนน้องพนักงานเสิร์ฟเข้ามาทักว่าสั่งได้เลยถึงนึกออก แล้วค่อยออเดอร์เมนูที่นิยมมาทานกันอย่างแซนด์วิชล็อบสเตอร์

ข้าวขาหมูริมทะเล ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับการเดินทางจากห้องพักมาทานอาหาร แนะนำว่าใช้บริการรถกอล์ฟจากบริเวณล็อบบี้จะดีที่สุดครับ ถึงแม้ระยะทางอาจจะไม่ไกล แต่ทางเดินเป็นเนินชันค่อนข้างจะเดินยากและอันตรายอยู่ แน่นอนว่าขากลับเราก็สามารถแจ้งทางห้องอาหารเพื่อเรียกให้เค้ามาส่งที่ล็อบบี้ได้เช่นกัน

เดินเล่นรอบๆ รีสอร์ท

อีกหนึ่งไฮไลท์ของรีสอร์ทนี้คือทางเดินริมหน้าผาและชายหาดในพื้นที่ ซึ่งเราสามารถเดินชมหรือเรียกให้รถกอล์ฟไปส่งได้ตามสะดวก หลังทานอาหารอิ่มก็ได้มีโอกาสไปเดินเล่นเพื่อเก็บภาพกันเล็กน้อยก่อนที่จะกลับขึ้นห้องไปนอนเล่น

โขดหินจากบริเวณใกล้ๆ ห้องอาหารเช้า
หาดส่วนตัวของทางรีสอร์ท ต้องนั่งรถกอล์ฟออกมาจากห้องอาหารประมาณ 5 นาที แล้วเดินเลียบหน้าผาไปอีกประมาณ 400 เมตร
ช่วงที่มาพักพนักงานแจ้งว่าคลื่นลมค่อนข้างแรง การลงเล่นน้ำทะเลจึงต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

อาหารเย็น

อีกหนึ่งไฮไลท์ของรีสอร์ทก็คือโซนห้องอาหาร Star เพื่อชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็นรับวิวทะเลแบบ Infinite (ลมแรงมาก) ซึ่งถ้าใครอยากได้ที่นั่งโซนไฮไลท์จะต้องทำการจองล่วงหน้ามาก่อน แน่นอนว่ารอบนี้เรามาในแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกัน นอกจากเครดิตจากรัฐบาลแล้ว ทางรีสอร์ทยังมีเครดิตเพิ่มให้อีกจำนวนหนึ่ง เราจึงไม่พลาดที่จะมานั่งทานมื้อเย็นที่นี่ในคืนสุดท้าย

วิวเมื่อมองจากที่นั่งด้านทานของห้องอาหาร Moon คือสุดลูกหูลูกตา

ขอบคุณรูปจากทางเว็บรีสอร์ท
หนึ่งในตัวอย่างเมนูอาหารที่ท่านจะได้พบ ก็คืออาหารไทยปนเทศ สามารถสั่งได้ตามกำลัง

เช็คเอ้าท์

สรุปการเดินทางทั้งหมดในทริปนี้ ถือว่าเป็นสมุยรอบแรกที่ประทับใจครับ สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายพอเป็นกษัย กาละแมอร่อยทานเพลิน แต่อย่าซื้อเพลินเพราะหนักมาก ตัวรีสอร์ทนับว่าโคตรคุ้มในเรตราคาที่เข้าพัก กับ facilities ที่มีให้ คือไม่จำเป็นต้องนอนห้องไทป์แพงก็ได้รับการดูแลที่เท่าเทียม พนักงานยิ้มแย้ม อาหารหลักร้อยวิวพันล้าน ด้วยความเพอร์เฟ็กต์ของรีสอร์ท ทำให้หาจุดติได้ยากมาก

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี อย่างแรกที่รู้สึกได้ คือการเดินทางภายในตัวรีสอร์ทอาจจะต้องพึ่งพารถกอล์ฟ ซึ่งถ้าเป็นช่วงเวลายอดนิยมก็อาจจะต้องรอรถนานหน่อย อีกเรื่องก็คือถ้าฝนเกิดตกขึ้นมา อาจจะหาที่หลบยากนิดนึงหากคุณติดอยู่บริเวณจุดไฮไลท์อย่างเช่นชายหาดส่วนตัว แนะนำให้พกร่มติดตัวไปไหนมาไหนด้วยจะดีที่สุด

และทั้งหมดก็คือวิถีการเที่ยวรีสอร์ท Silavadee Pool Spa Resort ครับ ถ้ามีโอกาสต้องได้กลับมาเยือนอีกรอบแน่นอน

Comments

comments