Steam เป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าสินค้าเซลล์ทำให้การตัดสินใจซื้อของมนุษย์ง่ายขึ้น ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์เพศชาย!
หลังจากกระเป๋าพรุนไปกับ Steam Summer Sale ที่ผ่านมา ก็ได้เวลามาเคลียร์เกมดองที่สอยมานานแล้วยังไม่ได้เล่นก่อนที่เทศกาลลดราคาซีซั่นใหม่กำลังจะมา เป้าหมายในครั้งนี้ของผมคือ Shadow of Mordor ที่ซื้อมาก่อนช่วงลดราคาเมื่อไม่นานมานี้

Middle-earth: Shadow of Mordor จากนี้จะขอย่อเหลือแค่ SoM เอาละกันนะครับ เป็นเกมที่ว่าด้วยชีวิตอับเฉาของเรนเจอร์นามว่า Talion ที่ถูก Black Hand ลูกสมุนคู่ชีพของ Sauron ค่าล้างบางยกครอบครัว แน่นอนว่าตัวเค้าเองก็เป็นเหยื่อโดนสังหารครั้งนี้ด้วย แต่ด้วยเหตุอาเภทประการใดไม่ทราบ ดวงวิญญาณของเค้ากับไปป๊ะเข้ากับจิตของ Celebrimbor เอลฟ์ลอร์ดความจำเสื่อมผู้ล่วงลับที่มีความแค้นในตัว Black Hand เช่นกัน ทำให้ Talion คืนชีพจากความตายมาล้างแค้น จึงเป็นที่มาของคำว่า “ผีร้ายแห่งมอร์ดอร์ (Shadow of Mordor)” เนื้อเรื่องหลักของเกมจะเป็นช่วงที่มาคั่นกลางหลังเหตุการณ์ใน The Hobbits แต่เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้าตำนาน Lord of The Ring

ตอนแรกที่ซื้อเข้าใจว่าตัวเกมเป็นแนวแอ็คชั่นเดินหน้าฆ่าล้างบางไปเป็นเส้นตรงไปจนจบ แต่ที่ไหนเล่าพอมาเล่นจริงๆ ตัวเกมกลับเป็น Open World ไปเสียฉิบ ทำเอาผมเซ็งไปชั่วขณะ เพราะพักหลังค่อนข้างเอียนกับเกมแนวนี้ แต่ว่าถ้าตัดเรื่องความเอียนออกไป ต้องยอมรับว่าเกมนี้ถูกดีไซน์ระบบการต่อสู้ออกมาได้ดีทีเดียว ถ้าใครจำความประทับใจของการทำคอมโบต่อเนื่องของ Batman Arkham Series ได้ ระบบต่อสู้ของ SoM จะให้อารมณ์เดียวกันเลยครับ คือถ้ากดเค้าน์เตอร์ดีๆ และไม่โดนธนูยิงตาย ก็ถล่มพวก Uruks ได้เป็นกองทัพสบายๆ

ใครที่เล่นเทพๆ ก็จะทำคอมโบได้อย่างเมามันส์ เหมือนรูปด้านบน

เมื่อสังหารศัตรูระดับหัวหน้าได้ จะมีรูนดร็อปให้เราเก็บเอามาอัพเกรดอาวุธให้โหดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีพลังพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้อัพเกรดอีกมากมาย อย่างเช่นการใส่ Rune ในอาวุธเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเพื่อย่นระยะเวลาในการสังหาร หรือจะเป็น Wraith Stun ที่จะทำให้ศัตรูหยุดชะงักแล้วเรียกพี่เอลฟ์ของเรามาร่วมด้วยช่วยกันหมาหมู่จนกลายเป็นคอมโบสังหารที่ยากจะเลียนแบบ รวมไปถึงการอาศัยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมและสิ่งของในฉากเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการบุกทะลวงกองทัพศัตรู

จุดเด่นของ SoM หลักๆ เลยเห็นจะเป็น Nemesis System ที่จะช่วยอัพเกรดความสามารถของศัตรูให้สูงขึ้นทุกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป เพิ่มความท้าทายให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก จนบางทีก็ค่อนข้างจะหงุดหงิดปาจอยปาคีย์บอร์ดกันเป็นวรรคเป็นเวร เพราะยิ่งเราตายบ่อยขึ้น เท่ากับว่าศัตรูของเราก็จะเก่งขึ้นอีกด้วย (อารมณ์แบบพอฆ่าเราได้ เลยเลื่อนตำแหน่งเป็นยศสูงขึ้น)
นอกจากเควสท์เนื้อเรื่องหลักที่ให้เราทำไปเรื่อยๆ แล้ว ตัวเกมยังมีเควสท์ย่อยที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์ ณ ขณะนั้นอีกมากมายให้ไปเล่นกัน รวมไปถึงบรรดาภารกิจย่อยที่ซ่อนอยู่ตามจุดอีกเพียบ ถ้าจะเล่นให้ 100% อาจจะกินเวลาชีวิตพอสมควร
ส่วนตัวตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ไล่ฟันคอศัตรูหลุดจากบ่าทีละตัวสองตัว แต่พอนานเข้า ผมก็เริ่มเบื่อที่จะต้องรับเควสท์-ส่งเควสท์ คือตัวเกมเค้าดีนะ ค่อนไปทางดีมากๆ เลยด้วย แต่แค่เล่นแล้วมันเซ็งที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาเท่านั้นเอง ก็เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นแฟนซีรี่ย์ LoTR น่าจะชอบเพราะได้ทัวร์ Mordor แบบอิสระ เก็บสมุนไพรกินบ้าง เชือด Uruks เล่นบ้าง คงจะฟินกันน่าดู ยิ่งถ้าซื้อตอนเซลล์จะค่อนข้างจะคุ้มราคามากๆ ถ้ายังไม่เอียน Open World ผมแนะนำเลยแหละเกมนี้
[su_tabs class=”my-custom-tabs”]
[su_tab title=”LIKE”]
- ระบบการทำคอมโบลื่นไหล จะรุกจะรับได้ในพริบตา
- ตัวเกมมีอะไรให้ทำเต็มไปหมดตามแบบฉบับ Open World ซึ่งทำๆ ไปบางอันก็เป็นการทำความเข้าใจเรื่องราวของซีรี่ย์นี้ให้มากขึ้น แฟนๆ ซีรี่ย์ Lord of The Ring น่าจะฟินที่ได้สำรวจ Mordor แบบอิสระ
- ระบบ Nemesis ช่วยให้ศัตรูเก่งขึ้น นำพาความท้าทายใหม่ๆ มาสู่คุณอยู่ตลอดเวลา
[/su_tab]
[su_tab title=”DISLIKE”]
- ส่วนตัวเอียนเกมแนว Open World แล้ว พอมาเล่นเกมนี้จึงไม่รู้สึกว้าวอะไร ยิ่งช่วงท้ายที่มีเควสท์รูปแบบซ้ำๆ ถาโถมเข้ามา ยิ่งทำให้ตัวเกมดูจืดไปทันที
[/su_tab]
[/su_tabs]