รีวิว One Bedroom Pool Villa จาก Sheraton Hua Hin Pranburi Villas

กว่า 10 ปี ที่ไม่ได้แวะมาที่ปราณบุรี อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากหัวหินครึ่งชั่วโมง เมื่อก่อนเคยเป็นสถานที่ยอดฮิตเนื่องจากภูมิประเทศชายหาดทอดตัวยาว ซึ่งให้ความสงบได้มากกว่าหัวหิน มันจึงเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทพูลวิลล่ามากมายจากสารพัดแบรนด์ดัง แต่หลังจากที่เกิดโครงการทำแนวคอนกรีตกั้นคลื่น สภาพทิวทัศน์ของบริเวณปากน้ำปราณค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไปจากแต่เก่าพอสมควร จึงเป็นเหตุผลให้เปลี่ยนบรรยากาศจากหัวหินและขับรถเลยมาอีกหน่อยเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในปราณบุรี

โรงแรม Sheraton Hua Hin Pranburi Villas เป็นตัวเลือกในการมาเข้าพักของเราในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตัวโรงแรมเคยเป็นของเครือ Six Sense แต่หลังจากหมดสัญญากับเจ้าของพื้นที่ก็ได้ถูกทาง Starwood (ปัจจุบันเป็นของ Marriot) รับมารีโนเวทและเปิดให้บริการต่อในแบรนด์ Sheraton ที่เราเห็นในปัจจุบัน

ตัวโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน และเป็นห้องแบบ Pool Villa หมด ซึ่งได้แก่

  1. Duplex Pool Villa
  2. One Bedroom Pool Villa
  3. Two Bedroom Pool Villa

ห้องพักแต่ละแบบตั้งชื่อตามลักษณะเด่นทางกายภาพหมด ทำให้เข้าใจได้ง่ายในทันทีว่าจะเจออะไร สำหรับรีวิวนี้เราจะเข้าพักในห้องประเภทที่ 2 ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าที่พัก 40% ผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน

One Bedroom Pool Villa ห้องระดับกลางพร้อมสระส่วนตัว และเตียงคิงเบด

ถ้าจะต้องอธิบายลักษณะเด่นให้จบในประโยคเดียว ข้อความด้านบนน่าจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้หมด แต่ถ้าจะเอาแบบละเอียด มันคือห้องพักที่มีพื้นที่เกือบ 100 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว, ศาลานั่งเล่นริมน้ำ และอ่างอาบน้ำแบบ outdoor โดยมีตัวห้องนอนหลักเป็นโซน indoor พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทั้งหมดนี้คือเลย์เอ้าต์ดั้งเดิมตั้งแต่สมัย Six Sense แตกต่างแค่เรื่องวัสดุบางอย่างที่มีการปรับปรุงและซ่อมแซม (อ้างอิงจากรีวิวของคุณ​ ลาเต้ปั่นเย็นๆ เมื่อปี 2553)

วิวแรกที่เจอจากประตูห้องพักคือเห็นศาลาริมน้ำอยู่ไกลๆ ทางเดินในตัวห้องพักทั้งหมดเป็นบ่อบัวมีปลาว่ายอยู่ด้วยนะ น่าจะเลี้ยงไว้กินลูกน้ำ
เดินเข้ามาภายในก็จะพบกับวิวนี้ครับ เห็นไฮไลท์ของห้องครบถ้วน
ทางเดินหลักทั้งหมดจะเป็นพื้นยกสูงเกือบเมตรจากโซนดินด้านนอก เวลาเดินกลางคืนต้องใช้ความละมัดระวังนิดนึง
ศาลาริมสระไว้สำหรับนั่งเล่นตอนกลางวันหลังจากว่ายน้ำมาเหนื่อยๆ หรือนั่งดริงก์ตอนกลางคืน
วิวจากศาลาเมื่อมองย้อนกลับออกไปหาประตูทางเข้า
แน่นอนว่าจากศาลาเราสามารถเดินออกมาตรงโซนดินได้ เป็นอีกมุมที่แสดงให้เห็นเลยว่าตัวห้องมีพื้นที่ด้านในเยอะมาก
ช่วงที่เข้าพักจะเป็นปลายฝนต้นหนาว และมรสุมเข้าปราณบุรีพอดี ทำให้เดย์เบดตรงนี้เป็นหมันไป ไม่ได้มาใช้งานเลยตลอดสองวัน

ทั้งหมดก็คือโซนเอ้าท์ดอร์ของห้องพักในแบบ One Bedroom Pool Villa จะเห็นว่ามีพื้นที่โอ่อ่าใหญ่โตมากสำหรับห้องพักหนึ่งห้องในรีสอร์ท บรรยากาศภาพรวมร่มรื่นเย็นสบาย อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และนั่นก็หมายถึงปริมาณยุงและแมลงรบกวนที่มากมายตลอดวัน คือนั่งตอนแดดออกก็มีแมลงหวี่มาตอม นั่งตอนกลางคืนก็เป็นคิวของยุงกับผีเสื้อกลางคืน ฉะนั้นแนะนำให้เตรียมตัวมาให้พร้อมครับ รีสอร์ทสามารถอำนวยความสะดวกให้คุณได้แค่ซอฟเฟลเท่านั้น

หนีแมลงเข้ามาในโซนห้องนอน

หลังดื่มด่ำกับบรรยากาศป่าร้อนชื้นภายนอกกันพอสมควร เราจะมาสำรวจโซนห้องนอนกันต่อว่ามีอะไรพอจะอำนวยความสะดวกให้เราได้บ้างยามที่เราหมดแรง

ห้องนอนสามารถเข้าได้สองทางครับ อันดับแรกคือประตูหลักที่อยู่ตรงทางเดิน ส่วนอีกทางคือข้ามอ่างอาบน้ำเข้ามาทางนี้
เตียงคิงเบดพร้อมผ้าห่มและหมอนดูดวิญญาณ มีแบบนิ่มมากกับนิ่มพอดีให้เลือกใช้ ข้างเตียงสองฝั่งเป็นโทรศัพท์ติดต่อ และลำโพง JBL Horizon
ประตูที่ปลายเตียงสามารถเปิดออกไปเพื่อเจอกับอ่างอาบน้ำภายนอก มีน้ำอุ่นให้ปรับไว้แช่แก้หนาวหลังจากเล่นน้ำในสระได้
ทางฝั่งด้านในจะเป็นตู้เก็บของยาวที่ใส่พวกของใช้ แก้วน้ำ จาน ซึ่งมีทีวีวางอยู่ด้านบน
มองย้อนกลับออกไปทางประตูทางเข้าหลักก็จะเป็นโซฟาเบดไว้นอนดูทีวีกลางวัน
เดินเลยตู้วางทีวีก็จะเจอกับตู้เสื้อผ้าครับ ด้านในเต็มไปด้วยอุปกรณ์ยังชีพพื้นฐาน และเซฟกันขโมยแบบใส่รหัส
อ้อมมาด้านหลังเตียงจะเป็นอ่างล้างหน้าคู่ พร้อมกระจกบานใหญ่ และกระจกแต่งหน้าที่ได้แสงธรรมชาติจากด้านหลังสะท้อนเข้าหน้าผู้ใช้พอดี
จากรูปด้านบนหันไปทางขวามือเล็กน้อยจะเจอกับห้องอาบน้ำ แยกน้ำออกได้สองทาง คือเรนชาวเวอร์(?) กับฝักบัวเล็กด้านล่าง
กลับหลังหันไปเป็นห้องสุขา มีโถพร้อมสายฉีด กระจกด้านในห้องสามารถเปิดเพื่อออกไปยังลานอาบน้ำด้านนอก หรือใช้ระบายกลิ่นได้ดีเยี่ยม
ลานอาบน้ำเอ้าท์ดอร์สามารถเข้ามาได้สองทางเช่นกัน คือจากประตูทางเข้าเลี้ยวขวาพรวดเข้ามาเลย หรือจะเดินออกมาจากประตูที่อยู่ใกล้กับห้องสุขา และห้องอาบน้ำ
แผนผังแสดงแผนที่ภายในรีสอร์ท จะเห็นว่าห้องที่เข้าพักครั้งนี้ถือว่าทำเลไม่แย่ คือไม่ไกลจากที่จอดและล็อบบี้
แต่ถ้าจะเดินไปหาด ถือว่าค่อนข้างไกลพอสมควร
สำหรับคนทำคอนเทนต์ ที่นี่ห้ามบินโดรนนะครับ เพื่อสงวนไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวของแขกที่เข้าพัก

จากภาพรวมทั้งหมดภายในห้องพัก จะเห็นว่าตัวอุปกรณ์ภายในค่อนข้างมีอายุพอสมควร มีร่องรอยของการใช้งานอยู่มากมาย ทำให้รีสอร์ทจะมีกลิ่นอายของความเก่าอยู่ระดับหนึ่ง อีกเรื่องคือผมรู้สึกว่าขนาดห้องพักที่เป็นโซนปรับอากาศ หรือห้องนอนนั้นมันค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับพื้นที่ภายนอกที่ดูมากเกินความจำเป็น เพราะส่วนตัวผมเองเวลาที่เข้าพักก็ไม่ได้ใช้พื้นที่ภายนอกแบบ 100% ทั้งวันเช่นกัน ถ้าเกิดฝนตกขึ้นมาก็ต้องอพยพเข้าด้านในห้องแอร์อยู่ดี พอมาสังเกตตัวเองตอนใช้งานห้องพักก็รู้สึกว่าเดินไปเดินมาลำบากพอสมควร

สรุป

  • สระว่ายน้ำใหญ่สะใจสำหรับเข้าพักสองคน สามารถว่ายจริงจังได้ถ้าต้องการ หรือถ้าอยากได้ใหญ่กว่านี้แนะนำให้ไปห้อง two bedroom pool villa อันนั้นคือใหญ่กว่านี้อีกเยอะ
  • ห้องพักมีความเก่าแต่สะอาด แต่มีบริเวณใช้สอยภายในน้อยไปนิด เข้าใจว่าเป็นเลย์เอ้าต์ห้องแบบเก่าการจะปรับปรุงอาจจะต้องใช้งบประมาณเยอะ
  • อุปกรณ์ป้องกันแมลงเป็นเรื่องจำเป็นถ้าคุณต้องการนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ หรือจุดไหนก็ตามที่อยู่นอกห้องนอนในเวลากลางคืน
  • หากใครเล็งว่าจะมา staycation ที่นี่ต้องบอกว่าไม่ค่อยเหมาะ เพราะเก้าอี้ทำงานในห้องนั่งไม่สบายเลย ทั้งแข็งและหนัก ความสูงก็ไม่เหมาะกับโต๊ะ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะตลอดเวลาก็ถือว่าพอได้อยู่
  • ห้องแบบ pool villa แบบนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับหน้ามรสุมสักเท่าไร เพราะนอกจากจะเสี่ยงโดนฝนเทใส่แล้ว พอแดดไม่ออกน้ำก็จะเย็นเจี๊ยบ แทบจะไม่อยากลงเล่น

เดินเล่นรอบๆ รีสอร์ท

กิจกรรมที่สามารถทำได้เมื่อมาเข้าพัก นอกเหนือจากการเล่นน้ำและพักผ่อนในห้อง ตัวโรงแรมยังอนุญาตให้เราสามารถเช่าจักรยานเพื่อขี่ไปบริเวณด้านหน้ารีสอร์ทซึ่งเป็นฝั่งทะเลได้ จริงๆ แล้วเราสามารถเดินไปได้ แต่ต้องบอกว่าระยะทางนั้นไกลพอสมควร เดินแล้วต้องมีหลังเปียกกันบ้างฉะนั้นเอาจักรยานไปน่าจะได้บรรยากาศ เผื่อว่าเราจะนำไปขี่เลียบแนวทะเลได้อีก

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าแนวกันคลื่นทำให้การเดินริมชายหาดในช่วงมรสุมเป็นเรื่องลำบากเหมือนกัน เพราะว่าคลื่นจะซัดกระแทกคอนกรีตจนน้ำกระเด็นขึ้นมาโดนเต็มๆ แม้ว่าเราจะยืนอยู่บริเวณทางสีแดงในรูปก็ตาม นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักว่าทำไมจึงเกิดแรงต่อต้านว่าไม่ควรสร้างเพราะสุดท้ายแนวคอนกรีตทั้งหมดก็จะถูกคลื่นซัดจนพังอยู่ดี ตามสภาพที่เกิดขึ้นกับชายหาดบริเวณปากน้ำปราณ..

หากอ่านรีวิวแล้วสนใจอยากจองห้องพัก สามารถเช็คราคาได้ที่นี่ เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้เขียนในการทำรีวิวครั้งต่อ ๆ ไปครับ

Comments

comments