Ben: “Sounds like you don’t give up too easy.”
Silas: “That’s the kind of man I am Ben. I set out to do something, I do it. Surrender just ain’t in my nature. Plus I’m stubborn as hell.”
Call of Juarez ซีรี่ย์เกมแนวคาวบอยตะวันตกที่มีออกมาหลายภาคหลากแขนง ซึ่งที่แล้วมามักจะเป็นแนว Open World อิสระ แต่สำหรับ Gunslinger ภาคนี้เป็น Action FPS เดินหน้ายิงดะเป็นเส้นตรงเหมาะสำหรับวัยมันกำลังเซ็งแบบผมในตอนนี้จริงๆ
ทันที่ที่เพจ “เกมถูกฯ” โพสต์ดีลเกมนี้ รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่หน้าไตเติ้ลซะแล้ว ตัวเกมจะให้เรารับบทเป็น Silas Greaves คาวบอยนักล่าค่าหัวที่ออกตามล่าเหล่าคนที่ฆ่าพี่น้องของเค้า โดยดำเนินเรื่องผ่านการนั่งเล่าประสบการณ์ของอีตา Silas ไปเรื่อยๆ เป็นการท่องเวลายุค Wild West ซึ่งตัวละครทุกตัวอย่าง Billy The Kid, Jesse James หรือกระทั่ง Dalton Brother ล้วนแล้วแต่มีตัวตนจริงตามประวัติศาสตร์


โดยตัวเกมจะมีสิ่งที่เรียกว่า Nuggets หรือพวก Secret ตามจุดต่างๆ ในฉากเป็นกิมมิคเล็กๆ ของเกมแนวนี้ เมื่อเราพบเจอหรือเก็บขึ้นมา ในนั้นก็จะเป็นประวัติโดยย่อของบอสตัวที่เรากำลังจะไปสังหารในฉากนั้นๆ เป็นการเล่นเกมพร้อมศึกษาประวัติศาสตร์คาวบอยไปในตัว คนที่หลงไหลในแดนตะวันตกน่าจะตกหลุมไปกับบรรยากาศของเกมอย่างง่ายดาย

ระบบการเล่น
แกนหลักของเกมเป็น FPS แบบกระแสนิยม ลุยดะยิงไปเรื่อยๆ โดยอาวุธที่ใช้ในเกมก็เป็นปืนที่บรรดาคนในยุคนั้นใช้กัน ซึ่งเล็งยากเหมือนจริงมาก ที่สำคัญคือ สีเสื้อของบรรดา AI ถูกออกแบบมาให้กลืนไปกับฉาก ลุยป่าก็ใส่เสื้อสีเขียวกัน อยู่กลางทะเลทรายก็ใส่เสื้อสีเหลือง มีพี่ Silas พระเอกเราเท่านั้นแหละที่คลุมผ้าแดงโดนโท่งๆ เป็นเป้าให้เค้ารุมยิง

แน่นอนว่าถ้าเป็น FPS ดาดๆ แบบสมัยก่อนคงจะขายยาก Gunslinger จึงมีระบบ XP เก็บค่าประสบการณ์เพื่อนำมาอัพสกิลในเพื่อช่วยในการตะลุยยิงให้มันส์ยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 สายได้แก่ Gunslinger, Ranger และ Trapper สำหรับคนที่ชอบควงปืนคู่ลุยยิงก็จะเหมากับ Gunslinger ชอบส่องจากที่ไกลๆ ก็ Ranger ชอบหลบซ่อนแล้วโผล่มาเซอร์ไพร์สด้วยชอตกันก็ต้องเป็น Trapper ทว่าแต่ละสายนั้นบางทีก็มีสกิลที่ส่งผลกับอาวุธทุกแบบอยู่ด้วย ควรจะอัพผสมกันจึงจะดีที่สุด

นอกจากนี้ตอนประลองกับบอสจะมีการดวลปืนที่เราเรียกว่า Showdown คล้ายกับว่าให้เราได้ประลองความไวในการคลิกให้ทันกับศัตรูชักอาวุธ ตอนแรกๆ จะรู้สึกว่ายากมาก แต่เมื่อจับทริกบางอย่างได้ก็จะปรับตัวเข้ากับระบบนี้ไปเอง เป็นความแปลกใหม่แทนที่จะสาดห่ากระสุนใส่บอสอย่างเดียว

กราฟฟิค
อย่าได้คาดหวังความสมจริง เพราะตัวเกมถูกพัฒนาเป็นกราฟฟิคแนว Cell Shade กึ่งการ์ตูนนิดๆ แต่พวกแสงเงาเค้าก็เก็บได้เนี๊ยบพอตัวอยู่นะ ทำให้บรรยากาศเกมดูลื่นไหล จะมีเสียอย่างเดียวก็คือภาพแบบนี้มันทำให้เราสังเกตศัตรูได้ค่อนข้างยาก หลายครั้งที่มักจะโดนส่องลงไปนอนด้วยกระสุนปริศนาหาตัวคนยิงไม่เจอ

เสียง
บอกได้เลยว่านี่เป็นเกมที่บันทึกเสียงปืนมาได้เทพที่สุดเกมหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกปืนโบราณมักจะมีเสียงดังกังวาลไกล ยิงนัดนึงดังไปสามบ้านแปดบ้าน ทำให้เราจะได้ยินเสียงแบบเน้นมากๆ ผมเองใช้หูฟัง MDR-1ABT ของโซนี่ที่ได้มาทดสอบนำมาลองกับเกมนี้ต้องบอกว่าประทับใจสุดๆ เสียงแน่นไปทุกอนูจริงๆ
นอกจากนี้บรรดาซาวด์แทร็คในแต่ละฉากล้วนแล้วแต่ถูกประพันธ์มาอย่างปราณีต ที่สำคัญคือเสียงพากย์ของตัวละครก็ไม่ธรรมดา สอดคล้องกับตัวละครที่ปรากฏในเกมมาก เสียงแหบสากหาเรื่องของ Silas นี่ได้อารมณ์คนแก่เฟอะเฟือนแต่ดูมีของ หากนึกไม่ออกก็นึกเสียงของคุณอาเกรียงศักดิ์แห่งทีมพันธมิตรได้เลย แบบฟีลลิ่งมันใช่มาก
สรุป
เป็นอีกหนึ่งเกมเก่าที่น่าซื้อเก็บไว้เล่นมากถ้าได้มาราคาต่ำกว่า 200 ล่ะก็กดได้เลยอย่าลังเล แม้ว่าการเดินเรื่องจะเป็นเส้นตรงไม่มีหักมุม(หรือมี?)ก็ตาม แต่สิ่งที่เราได้เสพย์จากการเล่น Call of Juarez : Gunslinger คือความเป็นอเมริกันคาวบอยแบบดิบห่ามอย่างแท้จริง ความยากอยู่ในระดับพอดีให้หงุดหงิดบ้างในบางจังหวะ (ผมยกให้ฉากที่สู้กับ Henry Plummer คือที่สุดของผมละ ทั้งโดนรุมยิง ทั้งโดนระเบิดโยนใส่) แน่นอนว่าตัวเกมยังเล่าเรื่องราวของตัวละครในประวัติศาสตร์ให้ได้ฟังเป็นเกร็ดความรู้อีกด้วย
เมื่อเล่นจบก็จะเป็นการปลดล็อคโหมด New Game+ ที่ให้เราแบกเอาอาวุธกับสกิลที่เราเพิ่งเล่นจบไปมาลุยต่อได้เลย และความยากระดับ True Wild West สำหรับคนซาดิสม์ นอกจากนี้ยังมีโหมดอื่นๆ อย่าง Arcade และ Duel ให้ลองเข้าไปเล่นได้ ส่วนตัวผมเฉยๆ และไม่ค่อยจะอยากกลับไปเล่นซ้ำอีกสักเท่าไร เพราะรู้สึกตาแห้งกับการต้องมานั่งเพ่งหาศัตรู ถ้าเล่นอีกรอบได้พบจักษุแพทย์แหงๆ
[su_tabs class=”my-custom-tabs”]
[su_tab title=”LIKE”]
- เป็นเกมที่เสียงเทพในทุกด้าน ตั้งแต่เสียงปืนยันคนพากย์ ใส่หูฟังเล่นจะอินมาก
- ชอบเกมที่มีระบบยิงคนตายแล้วคะแนนขึ้น (ความพิศวาสส่วนตัว)
- นอกจากเล่นเอามันส์ ตัวเกมยังให้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับบรรดาคาวบอยตัวเอ้ในประวัติศาสตร์อเมริกันอีกด้วย คนที่ชอบเรื่องราวของคนเหล่านี้อยู่แล้วน่าจะถูกใจ
[/su_tab]
[su_tab title=”DISLIKE”]
- ระบบดวลปืนกับบอสที่ต้องปรับตัวสักพักจึงจะชิน
- กราฟฟิคแบบ Cell Shade ทำให้สังเกตตัวศัตรูยาก
- การเดินเรื่องแทบจะเป็นเส้นตรง ทำให้ไม่ค่อยมีค่าให้กลับมาเล่นใหม่มากนัก ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของเกมแนวนี้อยู่แล้ว
[/su_tab]
[/su_tabs]